✦ COMPANION WORKBOOK — SELL WHAT YOU KNOW

AI Prompt Pack

เปลี่ยนความรู้ในหัว ให้เป็นสิ่งที่คนอยากซื้อ · ใช้คู่กับ KNOW Framework

“AI ไม่ได้มาแทนทักษะของคุณ
แต่ช่วยให้ทักษะของคุณสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น”
รวบรวมจากเวิร์กช็อป Sell What You Know · โดย เชอรี่ (Cherry)

🧭 วิธีใช้ Prompt Pack เล่มนี้

1

เปิด ChatGPT / Claude แล้วเลือกพรอมต์ที่ตรงกับขั้นตอนที่คุณกำลังทำอยู่

2

คัดลอกพรอมต์ วางลงแชท แล้วเติมข้อมูลของตัวเองแทนวงเล็บ [ ]

3

อ่านผลลัพธ์ แล้วเลือกสิ่งที่ใช้ได้จริง — ไม่ต้องใช้ทั้งหมดที่ AI ให้มา

กติกาทอง: AI ช่วย “สะท้อน / ขยาย / ร่าง” ให้เร็วขึ้น — แต่คนตัดสินใจสุดท้ายเสมอต้องเป็นคุณ ไม่ใช่ AI
Core Prompt = ใช้ในคลาส ต้องทำให้ครบ Bonus Prompt = ใช้ถ้าตัน หรือใช้ต่อหลังคลาส
K
Knowledgeความรู้ที่ขายได้
N
Needคนที่ต้องการมัน
O
Offerสิ่งที่ซื้อได้
W
Winขายจริง
K

Knowledge — ความรู้ที่ขายได้

หลักฐาน + Skill Combo + My DNA

0. AI Prompt Audit — ตัวช่วยตั้งต้น

BONUS PROMPT

ใช้ตอนไหน: ก่อนเริ่มทุกครั้ง ถ้าเคยลองถาม AI แล้วได้คำตอบยาว กว้าง เอาไปใช้ต่อยาก — ใช้พรอมต์นี้ปรับคำถามให้คมก่อน

นี่คือพรอมต์ที่ฉันเคยใช้ แล้วได้คำตอบที่ยาวเกินไป กว้างเกินไป หรือเอาไปใช้ต่อยาก: [วางพรอมต์เดิมของฉันตรงนี้] งานที่ฉันอยากเอาผลลัพธ์ไปใช้จริงคือ: [อธิบายสั้นๆ เช่น ส่งลูกค้า / ทำสไลด์ / โพสต์ขาย] ช่วยฉัน 3 อย่าง: 1. บอกว่าพรอมต์เดิมของฉันกว้างหรือคลุมเครือตรงไหน 2. เขียนพรอมต์เวอร์ชันใหม่ที่สั้นลง ชัดขึ้น และระบุ format คำตอบที่ต้องการ 3. แนะนำคำถามต่อ (follow-up) 1 คำถาม เผื่อคำตอบที่ได้ยังไม่ตรงพอ ตอบสั้น กระชับ เป็นข้อๆ
Output ที่ควรได้: พรอมต์เวอร์ชันใหม่ + วิธีถาม AI ให้ได้งานที่ใช้จริง

1. AI Skill Mirror

CORE · 15 นาที

ใช้ตอนไหน: หลังเขียน Skill Candidate 3 ตัวจากเรื่องจริงที่คนเคยขอให้ช่วยแล้ว — ให้ AI ช่วยมองว่ารวมกันเป็น Combo แบบไหนได้บ้าง

ฉันกำลังหา "ความรู้ที่ขายได้" ของตัวเองอยู่ นี่คือ Skill Candidate ที่ฉันมี (เรื่องจริงที่คนเคยขอให้ฉันช่วย + วิธีที่ฉันใช้แก้): 1. [Skill Candidate 1 + เรื่องจริงสั้นๆ] 2. [Skill Candidate 2 + เรื่องจริงสั้นๆ] 3. [Skill Candidate 3 + เรื่องจริงสั้นๆ] ช่วยฉัน: 1. เสนอ Skill Combo ที่เป็นไปได้ 3 แบบ โดยรวม 2 ข้อจากลิสต์ข้างบนเข้าด้วยกัน 2. จากเรื่องจริงที่ฉันเล่า ดึง Power Words / คำสะท้อนจุดเด่น ของแต่ละ Combo 3–5 คำ ที่บอกว่า Combo นี้มีมุมมอง วิธีคิด หรือสไตล์การช่วยคนแบบไหน 3. เสนอ Productize idea (ทำเป็นสินค้า/บริการ) ของแต่ละ Combo 2–3 แบบ ย้ำ: ช่วยสะท้อนตัวเลือกให้ฉันเห็นชัดขึ้นเท่านั้น อย่าเลือกแทนว่าอันไหนดีที่สุด ฉันจะเป็นคนเลือกเอง
Output ที่ควรได้: Skill Combo 3 แบบ + Power Words / คำสะท้อนจุดเด่น 3–5 คำ + Productize Ideas 2–3 แบบ

2. My DNA Extractor

BONUS PROMPT

ใช้ตอนไหน: หลังเลือก Skill Combo ได้แล้ว ใช้หา "เหตุผลที่ต้องเป็นคุณ" — ต้องตอบคำถามตามลำดับ อย่าข้ามข้อ 2 ไปข้อ 3 เพราะคนมักรีบตอบข้อ 3 จนได้คำตอบทั่วไปที่ใช้กับใครก็ได้

ฉันเลือก Skill Combo นี้ไว้แล้ว: [ใส่ Skill Combo ที่เลือก] ช่วยฉันหา "My DNA" — สิ่งที่ทำให้ไม่มีใครทำ Skill Combo นี้เหมือนฉันได้เป๊ะๆ โดยถามฉันทีละข้อตามลำดับนี้ (อย่าข้ามไปข้อ 3 ก่อนฉันตอบข้อ 2 ให้จบ): คำถามที่ 1 — AI ช่วยอะไรในเรื่องนี้ได้บ้าง (เช่น ได้ draft แรกเร็ว ตามแม่แบบทั่วไป) คำถามที่ 2 — อะไรที่ AI ยังไม่รู้ หรือแทนฉันไม่ได้ (เช่น ไม่รู้ context ของทีมจริง ไม่รู้ "เสียง" ที่ต้องใช้) คำถามที่ 3 — จากประสบการณ์จริง สิ่งที่ฉันเพิ่มค่าได้คืออะไร (เช่น เคยเจอเคสแบบนี้มาแล้ว รู้ว่าแบบไหนจะพัง) หลังฉันตอบครบ 3 ข้อ ช่วยเรียบเรียงเป็นย่อหน้าสั้นๆ 1 ย่อหน้า อธิบายว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน" ให้ฟังแล้วน่าเชื่อถือ ไม่ใช่คำโฆษณาเกินจริง
My DNA = Skill + Experience + Judgment + Voice/Style · Output ที่ควรได้: My DNA 1 ย่อหน้า
N

Need — หาคนที่ต้องการมัน

Buyer + Pain Language

3. AI Buyer Mirror

CORE · 8 นาที

ใช้ตอนไหน: หลังมี Skill Combo + My DNA แล้ว ใช้ขยายมุมมองว่า "ใครน่าจะซื้อ" — ใช้ AI ขยายตัวเลือก ไม่ใช่ให้ AI เลือกแทน

นี่คือ Skill Combo ของฉัน: [ใส่] My DNA ของฉันคือ: [ใส่] หลักฐานที่ทำให้เห็นว่าฉันมีของจริงคือ: [ใส่ 1–3 ข้อ] จากหลักฐานนี้ ฉันคิดว่าอาจช่วยคนกลุ่มนี้ได้: [ใส่ไอเดียคร่าวๆ] ช่วยวิเคราะห์ Buyer ที่เป็นไปได้ 5 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มให้บอก: - เขาคือใคร แบบเฉพาะเจาะจง (ไม่ใช่ "คนทำงาน" แต่เป็น "ใคร ทำอะไร ที่ไหน") - Situation: เขาเจอปัญหานี้ในสถานการณ์ไหน - Pain Language: เขาน่าจะพูดถึงปัญหานี้ว่าอะไร (ใช้ภาษาที่เขาพูดจริง ไม่ใช่ศัพท์การตลาด) - Test Signal: ปัญหานี้น่าคุย / น่าจ่าย / น่าทดลองไหม - ฉันควรเริ่มทดลองกับกลุ่มไหนก่อน เพราะอะไร ถ้าคำตอบยาวเกินไป ให้สรุปกลับมาเป็นตารางสั้นๆ ย้ำ: AI ช่วยขยายตัวเลือกให้ฉันเห็น แต่คนเลือก Buyer สุดท้ายคือฉัน
Output ที่ควรได้: Buyer 5 กลุ่ม + Situation + Pain Language + Test Signal — เลือก Pain Language 1 ประโยคที่เหมือนภาษาลูกค้าจริงที่สุด เอาไปต่อกับ Offer ได้เลย
O

Offer — เปลี่ยนความรู้ให้เป็นสิ่งที่ซื้อได้

รูปแบบ + ราคา + ข้อเสนอที่ชัด

4. AI Offer Draft

CORE PROMPT

ใช้ตอนไหน: หลังกรอก Offer Canvas (Buyer / Pain / Result / Format / Inside Offer / Why You / ราคา) แล้ว — ให้ AI ช่วยร่างเป็น Draft แรก

นี่คือ Offer Canvas ของฉัน: Buyer: [ใส่] Pain: [ใส่] Result (ผลลัพธ์ที่เขาจะได้): [ใส่] Format (เช่น checklist / template / mini session / guide): [ใส่] Inside Offer (สิ่งที่อยู่ข้างในจริง): 1. [inside 1] 2. [inside 2] 3. [inside 3] 4. [inside 4 ถ้ามี] 5. [inside 5 ถ้ามี] Why You (สิ่งที่ฉันช่วยเพิ่มจาก AI หรือ template ทั่วไป): [ใส่] ราคา Beta: [ใส่] Canvas นี้คือข้อมูลจริงของฉัน ช่วยเรียบเรียงให้เป็น Draft แรก โดย: 1. ตั้งชื่อ Offer ที่สั้น จำง่าย 3 แบบ 2. เขียนคำอธิบาย 1 บรรทัด บอกว่าช่วยใคร แก้ปัญหาอะไร ได้ผลลัพธ์อะไร 3. จัดเรียง Inside Offer ให้เป็นลำดับที่อ่านแล้วลื่นที่สุด ช่วยเรียบเรียงจากข้อมูลที่ให้เท่านั้น อย่าเพิ่ม feature ใหม่ อย่าเพิ่มคำสัญญาที่ฉันไม่ได้บอก
หลักการ: Canvas คือข้อมูลจริง · AI คือผู้ช่วยเรียบเรียง ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทน

5. Bad Offer Makeover

BONUS PROMPT

ใช้ตอนไหน: เมื่อมี Offer เดิมอยู่แล้วแต่รู้สึกว่ายัง "กว้างไป" หรือ "ฟังดูทำเป็นแต่ไม่รู้ว่าซื้ออะไร"

นี่คือ Offer เดิมของฉัน ที่รู้สึกว่ายังกว้างหรือคลุมเครืออยู่: [วาง Offer เดิม] ช่วยฉัน: 1. บอกว่า Offer นี้ขาด Buyer ชัด / Pain ชัด / Result ชัด ตรงไหน 2. เขียน Offer เวอร์ชันใหม่ที่ระบุ "ใคร ปัญหาอะไร ได้ผลอะไร" ให้ชัดใน 1–2 ประโยค 3. เสนอชื่อ Offer ใหม่ 3 แบบ ที่ทำให้คนอ่านแล้ว "อยากรู้ว่าคืออะไร" มากกว่าเดิม เป้าหมาย: เปลี่ยนจาก Offer ที่ "ฟังดูทำเป็น" ให้เป็น Offer ที่ "ฟังแล้วรู้ว่าควรซื้อ"
W

Win — เริ่มขายจริง

ช่องทาง + ข้อความแรก + ฟีดแบ็ก

6. AI Refine + Human Edit

CORE PROMPT

ใช้ตอนไหน: หลังทำ Constructive Feedback กับเพื่อน 1 รอบแล้ว เอาผลตอบกลับมาใส่พรอมต์นี้ให้ AI ช่วย refine ต่อ

นี่คือ Soft Message ที่ฉันเขียนเองก่อน: [วางข้อความร่าง] เพื่อนให้ feedback มาว่า: ชัดแล้ว: [สิ่งที่ชัดแล้ว] ยังติด: [สิ่งที่ยังงง / ดูขายเกินไป / ไม่อยากตอบ] ลองแก้: [ข้อเสนอจากเพื่อน] ช่วย refine ข้อความนี้ให้ชัดขึ้น โดย: 1. คงน้ำเสียงเดิมของฉันไว้ 2. ไม่ hard sell 3. ทำให้คนอ่านรู้ว่าควรตอบอะไร 4. สั้นพอสำหรับส่งแชทจริง ขอ 2 เวอร์ชัน: - เวอร์ชันนุ่ม ชวนคุย - เวอร์ชันตรงขึ้น เหมาะกับคนที่มี pain ชัดแล้ว หลังจากนั้น ช่วยชี้ 3 จุดที่ฉันควร Human Edit ก่อนส่งจริง
AI ช่วยขัดข้อความ แต่เสียงสุดท้ายต้องเป็นของฉัน

✉️ เทมเพลตข้อความแรก — เลือก 1 โหมดตามความพร้อมของคุณ

ขอ Feedback

TEMPLATE

สำหรับคนที่ยังไม่อยากขายตรง

เห็นว่าคุณเคยเจอ / กำลังเจอเรื่อง [pain / situation] เรากำลังลองทำ [offer] เพื่อช่วยคนที่ [buyer] ให้ [result] ขอส่งรายละเอียดสั้นๆ ให้ดูได้ไหม อยากรู้ว่าอ่านแล้วตรงปัญหาจริงไหม หรือควรปรับตรงไหน
เป้าหมาย: ขอความเห็นก่อน ไม่ต้องปิดการขาย

ชวนลอง Beta

TEMPLATE

สำหรับคนที่พร้อมให้คนแรกลอง

เห็นว่าคุณกำลัง [situation] เรากำลังเปิด beta รอบเล็กของ [offer] ตัวนี้ช่วยให้ [result] ถ้าสนใจ เดี๋ยวส่งรายละเอียดกับราคา beta ให้ดูก่อนได้ ยังไม่ต้องตัดสินใจทันที
เป้าหมาย: ให้คนสนใจตอบกลับ หรือขอดูรายละเอียดต่อ

ขอ Referral

TEMPLATE

สำหรับคนที่อยากเริ่มจากคนรู้จัก

เรากำลังลองทำ [offer] สำหรับคนที่ [buyer] และติดปัญหา "[pain language]" ถ้าคุณนึกถึงใครที่น่าจะเจอปัญหานี้ ฝากแนะนำหรือส่งต่อให้เขาได้ไหม
เหมาะกับ: เพื่อนร่วมงาน / ลูกค้าเก่า / Alumni
☝️เลือก 1 โหมดพอ — Feedback / Beta / Referral อย่ารวมทั้งขอ feedback + ขาย + ขอ referral ในข้อความเดียว เพราะคนอ่านจะไม่รู้ว่าต้องตอบอะไร

💬 Constructive Feedback — คำถามชวนคนช่วยดูข้อความ

BONUS

ใช้ตอนไหน: ก่อนส่งข้อความแรกจริง ลองให้เพื่อน 1 คนช่วยอ่านแล้วถาม 3 ข้อนี้

1. เข้าใจไหมว่าฉันกำลังเสนออะไร? 2. รู้สึกว่าขายแรงไปไหม? 3. ถ้าเป็นคุณ จะตอบกลับไหม? ปิดท้าย 1 ประโยค: "สิ่งที่ฉันเห็นว่า Offer นี้มีประโยชน์คือ ___"
Feedback ไม่ใช่การตัดสิน แต่คือการช่วยให้ข้อความพร้อมส่งจริง

🗓️ 30-Day Plan โครงคร่าวๆ

BONUS
Week 1ส่ง Offer ให้คนแรกดู
Week 2ปรับจาก Feedback
Week 3เริ่มขายผ่านช่องทางจริง
Week 4ดูผลลัพธ์ + วางก้าวต่อไป